10 สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับบาคาร่า

บาคาร่า

บาคาร่าเป็นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบ่อนคาสิโน เพราะว่าบาคาร่าเป็นเกมที่มีรูปแบบไม่ซับซ้อน วิธีการเล่นนั้นก็จะคล้ายๆกับ “ไพ่ป็อกเด้ง” และใช้เงินในการเดิมพันต่ำ ซึ่งเป็นเกมที่จะไม่สามารถเอาชนะได้เลย หากคุณเล่นโดยที่ไม่มีการวางแผนกลยุทธ์หรือใช้สูตรในการเล่น  ถ้าคุณชอบการเล่นไพ่แต่ไม่เคยเล่นไพ่บาคาร่ามาก่อน  ฉันขอแนะนำให้คุณทำตามสิ่งนี้เลย นี่คือ 10 อย่างที่เราต้องรู้เกี่ยวกับวิธีการเล่นเกม  ก่อนที่จะเริ่มเล่นเป็นครั้งแรก

 

  1. มินิบาคาร่าเวอร์ชั่นยอดนิยม

บาคาร่าคือหนึ่งในเกมคาสิโนที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังมีอยู่  ถึงจะมีมานานแล้ว  แต่ความนิยมของการเล่นบาราค่านั้นยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง  เนื่องจากคาสิโนยอดนิยมในลาสเวกัสและสิงคโปร์  ส่วนมากจะนิยมเล่นมินิบาคาร่าที่เป็นเกมที่แตกต่างจากบาคาร่าเวอร์ชั่นคลาสสิกเพียงเล็กน้อย มินิบาคาร่าจะเล่นบนโต๊ะที่มีขนาดเล็ก  สามารถลองรับผู้เล่นไม่เกิน 7 คน และในทางกลับกับ บาคาร่าแบบคลาสสิกนั้น สามารถลองรับผู้ได้มากถึง 12-14 คน  ความแตกต่างอีกอย่างคือมินิบาคาร่าไม่อนุญาตให้ผู้เล่นจัดการหรือจับไพ่ของตัวเองได้การกระทำเช่นนี้อาจจะทำให้ความสนุกนั้นหายไปสำหรับผู้เล่นบางคน แต่มินิบาคาร่าได้รับความนิยมจากการใช้เงินเดิมพันต่ำกว่าบาคาร่าปกติในการเล่นมินิบาคาร่านั้นคุณสามารถแต่งตัวแบบสบายๆได้ไม่ต้องแต่งกายอย่างเป็นทางการมากนัก โดยที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเกมสำหรับเศรษฐีและชนชั้นสูง  ด้วยการเดิมพันที่ต่ำและไม่ต้องแต่งตัวหรัสของคาสิโน จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้มินิบาคาร่านั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

บาคาร่า

  1. บาคาร่าเล่นยังไง

ผู้เริ่มต้นสามารถรับไพ่บาคาร่าได้เลยทันที่  เนื่องจากเกมมีการเดิมพันแค่ 3 รูปแบบเท่านั้น  ซึ่งมีดังต่อไปนี้

  • การเดิมพันฝ่ายเจ้ามือ
  • การเดิมพันฝ่ายผู้เล่น
  • การเดิมพันผลเสมอกันระหว่างฝ่ายผู้เล่นกับฝ่ายเจ้ามือ

คุณจะเห็นสัญลักษณ์วงกลมของผู้เล่น  วงกลมของเจ้ามือ พื้นที่ของการเดิมพันผลเสมอกัน และวงกลมบาคาร่าออนไลน์  ซึ่งในตารางนั้น  วงกลมการเดิมพันฝ่ายผู้เล่นจะอยู่ใกล้กับผู้เล่นมากที่สุด ส่วนวงกลมฝ่ายเจ้ามือจะอยู่ตรงกลาง และพื้นที่ของการเดิมพันผลที่เสมอกันนั้นจะอยู่ใกล้กับเจ้ามือ  ตารางของบาคาร่าออนไลน์นั้นจะมีรูปแบบที่ต่างออกไป ซึ่งจะมีลักษณะที่ใหญ่กว่า  เพราะว่าคุณเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียว  ไม่ว่าในกรณีใด  ในการเล่นเกมนั้นคุณต้องทำการเดิมพันลงในวงกลมนั้นๆ ไม่ว่าจะเดิมพันฝ่ายผู้เล่นหรือฝ่ายเจ้ามือ จะมีอัตราการจ่ายเงินคือ 1: 1 ในการเดิมพันของคุณ การเดิมพันแบบผลเสมอกันมีอัตราการจ่ายเงินคือ 8: 1 หรือ 9: 1 เพราะมันมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นน้อยกว่า

ผู้เล่นส่วนมากไม่เดิมพันผลที่เสมอกันตั้งแต่เริ่มมีเฮ้าส์เอจ (House edge) หรือสถิติอัตราความได้เปรียบเสียเปรียบสูง     ซึ่งหมายความว่าคุณต้องเดิมพันเพียงแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น

  1. เล่นบาคาร่ายังไงให้ได้เงิน

บาคาร่านั้นเป็นเกมที่เล่นง่ายและสามารถทำเงินให้กับนักพนันได้มากกว่าทุกเกมในคาสิโน คุณสามารถชนะได้โดยการวางการเดิมพันในทุกฝ่าย คุณสามารถดูได้โดยการตรวจสอบเฮ้าส์เอจด้านล่างนี้ได้เลย

  • หากคุณเลือกการวางเดิมพันฝ่ายเจ้ามือ บ่อนคาสิโนจะได้เปรียบคุณ 06%
  • หากคุณเลือกการวางเดิมพันฝ่ายผู้เล่น บ่อนคาสิโนจะได้เปรียบคุณ 24%
  • หากคุณเลือกการวางเดิมพันผลเสมอกัน บ่อนคาสิโนจะได้เปรียบคุณ 36% (อัตราการจ่ายเงินอยู่ที่ 8: 1)
  • หรือ 84% (อัตราการจ่ายเงินอยู่ที่ 9: 1)

การวางเดิมพันฝ่ายเจ้ามือจะมีเฮ้าส์เอจที่ต่ำที่สุดอยู่ที่ 1.06% และนี่รวมถึงค่าคอมมิชชั่น 5% ที่ถูกนำออกจากการวางเดิมพัน  แม้จะมีค่าคอมมิชชั่น 5% ก็ตาม การเดิมพันฝ่ายเจ้ามือก็ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ

และนี่คือตัวอย่าง  เช่น

  1. คุณต้องสังเกตุการออกฝ่ายผู้ชนะติดๆกัน 3 ครั้ง
  2. การออกสลับกลับไปมา (ไม่นับการเสมอกัน)
  3. ถ้าคุณคิดว่าฝ่ายผู้เล่นจะชนะในไม่ช้า ดังนั้นคุณก็วางการเดิมพันฝ่ายผู้ได้เลย

แนวความคิดนี้ไม่ถูกต้องและสื่อถึงการเข้าใจผิดของนักพนัน  ผู้คนคิดว่าสถิติที่ผ่านมานั้นจะสามารถคาดการอัตราความน่าจะเป็นได้ในครั้งต่อไป ซึ่งฝ่ายผู้เล่นจะไม่มีโอกาสชนะมากกว่าฝ่ายเจ้ามือแน่นอน  แม้ว่าคุณจะยอมรับรูปแบบการเดิมพัน  คุณก็ต้องเผชิญหน้ากับเฮ้าส์เอจ 1.24% ด้วยการเดิมพันฝ่ายผู้เล่น  การเดิมพันที่ไม่น่าเสี่ยงเลยคือการวางการเดิมพันผลเสมอ  เพราะคุณกำลังจะเผชิญหน้ากับเฮ้าส์เอจที่สูงถึง 14.36% เมื่อการอัตราการจ่ายเงินคือ 8: 1 และคุณยังต้องเผชิญหน้ากับเฮ้าส์เอจ 4.84% ในกรณีที่อัตราการจ่ายเงินคือ 9: 1  ยังมีอีกหนึ่งกลยุทธ์หรืออีกสูตรคือการดูตารางมินิบาคาร่า  ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจเป็นการเดิมพันต่ำ แต่คุณจะเห็นว่ามีการแจกไพ่ประมาน 130-150 สำรับต่อชั่วโมง ถึงแม้จะมีเฮ้าส์เอจ 1.06% ความเสี่ยงสามารถเพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณสำรับไพ่สูง

 

บาคาร่า

  1. กติกาการจั่วไพ่และการนับแต้ม

คุณเพียงแค่ต้องรู้จัก 3 วิธีการเดิมพันในการเล่นบาคาร่า  แต่คุณอาจต้องการทราบว่าฝ่ายเจ้ามือและฝ่ายผู้เล่นมีการชนะได้อย่างไร และนี่อาจมีความสับสนเล็กน้อยเพราะกติกาการจั่วไพ่และการนับแต้ม  งั้นเรามาเริ่มเรียนรู้กับสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการนับแต้มและกฎกติกาการจั่วไพ่เพื่อเพิ่มความเข้าใจและชัดเจนมากยิ่งขึ้นกันดีกว่า

แต้มสูงสุดที่จะชนะก็คือ 9 แต้ม เจ้ามือหรือผู้เล่นที่อยู่ใกล้ที่สุดกับหมายเลขนี้จะเป็นผู้ชนะ นี่คือแต้มของไพ่ในแต่ละใบ

  • A มีแต้มเท่ากับ 1 แต้ม
  • 2-9 มีแต้มเท่ากับจำนวนเลขบนหน้าไพ่
  • J   มีแต้มเท่ากับ 0 แต้ม
  • Q   มีแต้มเท่ากับ 0 แต้ม
  • K มีแต้มเท่ากับ 0 แต้ม

เมื่อไพ่มีแต้มเท่ากับ 10 หรือมากกว่านั้น เราจะไม่นับเลขหลักแรกแต่จะนับหลักที่สองแทน อย่างเช่นไพ่ทั้งสองใบรวมกันแล้วได้ 14  ซึ่งแต้มของไพ่ชุดนี้นั้นก็คือ 4 เพราะเราไม่นับเลขหลักแรกนั่นเอง  สำรับไพ่จะเริ่มขึ้นเมื่อฝ่ายผู้เล่นและฝ่ายเจ้ามือจะได้รับไพ่ของตนเอง  ส่วนแต้มที่ปรากฎอยู่บนไพ่นั่นจะเป็นตัวกำหนดเองว่าสมควรจั่วหรือไม่

 

นี่คือวิธีการทำงาน:

  • เมื่อทั้งฝ่ายผู้เล่นและฝ่ายเจ้ามือได้ไพ่สองใบแรก หากได้แต้ม 8-9 ก็อยู่ และสามารถชนะได้เลยโดยไม่ต้องจั่วไพ่อีก หรือฝ่ายผู้เล่นและฝ่ายเจ้ามือเสมอกัน หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะชนะด้วยแต้ม 9 ต่อ 8
  • ถ้าผู้เล่นมีแต้มเพียง 5 แต้ม สามารถจั่วไพ่ใบที่ 3 ได้ทันที่ แต่ถ้าได้ 6-7 แต้มก็อยู่โดยไม่ต้องจั่วไพ่
  • ฝ่ายเจ้ามือจะทำการจั่วไพ่ถ้าฝ่ายเจ้ามือได้น้อยกว่า 5 แต้ม เมื่อฝ่ายผู้เล่นมี 6-7 แต้ม   แต่ถ้าฝ่ายเจ้ามือได้ 6-7 แต้มก็อยู่โดยไม่ต้องจั่วไพ่
  1. บาคาร่ามีประวัติที่น่าสับสน

มีผู้คนถกเถียงกันกับเกี่ยวกับต้นกำเนิดของเกมคาสิโนเช่น แบล็คแจ็ค  แครบส์ และรูเล็ต  เพราะเป็นเกมที่มีความเก่าแก่มาก  ซึ่งเกมบาคาร่านั้นก็เช่นกัน  ตามศูนย์วิจัยเกมของยูเอ็นแอลวี (UNLV)  ได้ระบุว่า ความเป็นมาหรือต้นกำเนิดของบาคาร่านั้นสามารถสันนิษฐานได้ว่ามีต้นกำเนิดที่ประเทศอิตาลีในปลายศตวรรษที่ 13 และต้นศตวรรษที่ 14  ข้อเท็จจริงอีกหนึ่งประการที่สนับสนุนทฤษฎีนี้คือ บาคาร่าแปลว่า “ศูนย์” ในภาษาอิตาลี ซึ่งวิธีการดูไพ่นั้นถ้ามีแต้ม 10 จะเท่ากับ 0  แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เกมบาคาร่าแบบเดียวกับที่เราเห็นในปัจจุบัน  เนื่องจากเป็นไพ่ที่ผลิตจากมือและมีราคาแพง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผู้เล่นหรือฝ่ายเจ้ามือก็ไม่สามารถนำไพ่ใบอื่นมาเพิ่มแต้มของตนเองได้  ทฤษฎีกำเนิดบาคาร่าอีกทฤษฎีหนึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับประเทศฝรั่งเศสในช่วงต้นทศวรรษที่ 1400 ซึ่งนี่ได้รับการสนับสนุนจากบันทึกที่แสดงให้เห็นว่าขุนนางในฝรั่งเศสได้มีการเล่นเกมในรูปแบบต่าง ๆ  แต่ในที่สุด คิง หลุยส์ ที่ 14 (King Louis XIV) ได้กำหนดห้ามมีการเล่นเกมบาคาร่าและเกมไพ่อื่น ๆ ในฝรั่งเศสในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 ซึ่งทำให้มีการสร้างเกมบาคาร่าใต้ดินเวอร์ชั่นฝรั่งเศส ที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ คือ เชอมอนต์ เดอ เฟอร์  (as chemin de fer ) หรืออีกชื่อคือ เชอมี่ (chemmy)  กฎบัตรอย่างเป็นทางการของฮอยเลย์ (Hoyle) มีการอธิบายเกี่ยวกับบาคาร่าสมัยใหม่ในศตวรรษที่สิบเก้า นี่คือศตวรรษเดียวกันกับที่เกมเริ่มปรากฏในคาสิโนอิตาลีและฝรั่งเศสมากขึ้น         บาคาร่าได้เป็นที่รู้จักขึ้นในลาสเวกัสในปี 1950 ในฐานะ เชอมอนต์ เดอ เฟอร์ เกมนี้กลายเป็นเกมที่เล่นยากเนื่องจากกฎกติกาที่ซับซ้อน ผู้เล่นทำหน้าที่เป็นเจ้ามือ และต้องมีเจ้ามืออีกสามคน ซึ่งเกมนี้มีการเดิมพันที่สูงจึงมีผู้เล่นไม่มากนัก และนี่คือสาเหตุที่ทำให้บาคาร่าไม่ได้รับความนิยมเช่นเดียวกับแบล็คแจ็ค และรูเล็ต   แต่คาสิโนได้แก้ไขสถานการณ์นี้โดยการเพิ่ม มินิบาคาร่า ซึ่งจะมีดีลเลอร์จัดการทุกอย่าง ส่วนนักพนันมีหน้าที่เพียงทำการเดิมพันเท่านั้น  เมื่อมีการเดิมพันที่ต่ำก็มีเริ่มมีผู้คนหันมาสนใจที่จะเล่นเกมและมีความสนุกสนานเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น การกำเนิดของบาคาร่าออนไลน์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกมเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น ตอนนี้คุณสามารถเล่นผ่านออนไลน์ สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้เพียงแค่  1$ ต่อสำรับ

 

บาคาร่า

  1. เจมส์บอนด์รักบาคาร่า

คาสิโนรอยัล (Casino Royale) ในปี 2006 เป็นภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ เจมส์ บอร์น (James Bond) ที่มีเกมการพนัน แท็กซัส โฮล เดม (Texas Hold’em) เป็นจุดเด่นในภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการได้รับความนิยมของโป๊กเกอร์ที่เกิดขึ้นในเวลานั้น  แต่บอร์นชอบ เชอมอนต์ เดอ เฟอร์ มากกว่าเกมคาสิโนทั้งหมด  ชุดนวนิยายของ เอียน เฟรมมิง (Ian FlemingX มักมีคุณลักษณะ 007 เล่น เชอมอนต์ เดอ เฟอร์ ในบางจุด ซึ่งรวมถึงคาสิโนรอยัล นวนิยายในปี 1953 ที่บอร์นเอาต้องชนะ เลอร์ ชิฟ (Le Chiffre) ในการเล่นบาคาร่าให้ได้  ซึ่งได้มีการปรับตัวผสมผสานเข้ากับโทรทัศน์ในปี 1954 ของคาสิโนรอยัล บอร์นทำให้ เลอร์ ชิพ ล้มละลาย เพื่อที่จะให้หัวหน้าโซเวียตของเขานั้น  มากำจัดเขาออกไป  Dr. No เป็นภาพยนต์เรื่องแรกที่บาคาร่าถูกนำมาใช้ในภาพยนตร์เจมส์บอนด์  ในปี 1967 แสดงให้ว่าเห็นฌอนคอนเนอรี่ (Sean Connery) เล่น เชอมอนต์ เดอ เฟอ กับ โซเวีย เทรช (Sylvia Trench)  หลังจากที่แพ้สำรับให้กับบอร์นแล้ว  เทรชได้ทำการเพิ่มเงินเดิมพันมากขึ้น เทรชจั่วไพ่ได้ 8 แต้ม แต่บอร์นจั่วไพ่ตีกลับโดย 9 แต้ม  ภาพยนตร์อื่น ๆ ที่มีบาคาร่าปรากฏอยู่นั้น ได้แก่ Thunderball (1965), Casino Royale (1967), หน่วยสืบราชการลับของเธอ (1969), For Your Eyes Only (1981) และ GoldenEye (1995)

 

  1. มาเก๊าชอบเกมบาคาร่า และพวกเขาเชื่อในเรื่องของโชคลาง

บาคาร่านั้นเป็นเกมคาสิโนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในมาเก๊า  จากข้อมูลควอตซ์ได้ระบุว่า  รายได้จากการพนัน 91% ของมาเก๊ามาจากบาคาร่าในปี 2014  เมื่อเปรียบเทียบกับลาสเวกัสนั้นมีเพียง 24 % ในปีเดียวกัน  นี่คือตอนที่เกมเป็นที่นิยมสูงสุด แต่บาคาร่ายังคงสามารถดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในมาเก๊าได้  สิ่งที่ทำให้บาคาร่าได้รับความนิยมมากในการพนันแถบเอเชียนั้นคือเรื่อของโชคลาง ซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงานว่าผู้เล่นได้รับอนุญาตให้ทำในบางสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถทำที่คาสิโนของอเมริกัน  ซึ่งรวมถึงการค่อยๆจั่วไพ่ การแอบมองไพ่อย่างช้าๆ และการพับไพ่ให้เป็นรอย ซึ่งจุดประสงค์ของการแอบมองไพ่อย่างช้าๆและการแอบพับไพ่ให้มีรอยนั้น เป็นการสร้างความตื่นเต้นใจจดใจจ่อหวังว่าไผ่นั้นจะออกแต้มเป็น 9  และนักพนันก็ชอบการตีไพ่ อย่างการตีไพ่ที่มีแต้มต่ำออกไป เมื่อพวกทำการเดิมพันว่าจะชนะหรือแพ้ ผู้คนมักเชื่อว่ามันเกี่ยวกับเรื่องของโชคลาง  เรย์ โรดิ  (Ray Rody) ศาสตราจารย์ด้านการเล่นเกมที่มหาลาวิทยาลัยมิลเลนเนียมกล่าวว่า  พวกเขามองหาแนวโน้มในการชนะติดต่อกัน 3 ครั้งหรือมากกว่านั้นของฝ่ายผู้เล่นหรือฝ่ายเจ้ามือ หลังจากนั้นก็จะเดิมพันในฝ่ายนั้นๆที่พวกเขาเชื่อว่าจะการชนะ  เพื่อหวังว่าจะชนะในตาที่ 4 – 5  “ นักพนันที่เชื่อในเรื่องของโชคลาง เขาจะเดินรอบๆคาสิโนเพื่อตามหาโต๊ะที่มีแนวโน้มหรือทิศทางนำโชค”  คาสิโนบางแห่งมีจอภาพคอมพิวเตอร์ที่จับจ้องอยู่ที่โต๊ะมินิบาคาร่า  เพื่อที่จะช่วยผู้เล่นดูแนวโน้มอย่างน้อย 20 – 30 รอบ ที่ผ่านมา

บาคาร่า

  1. คุณสามารถหาส่วนลดค่าคอมมิชชั่นของบาคาร่าได้

ก่อนหน้านี้ได้พูดถึงว่าคาสิโนหักค่าคอมมิชชั่น 5% จากการชนะการเดิมพันฝ่ายเจ้ามือ  แต่ก็มีบางคาสิโนที่หักค่าคอมมิชชั่นเพียง 4% ในเกมบาคาร่า  นี่อาจฟังดูไม่แตกต่างกันมากนัก แต่จริง ๆ แล้วสามารถลดเฮ้าส์เอจ จาก 1.06% เป็น 0.60% ได้  ค่าคอมมิชชั่นที่ลดลงของบาคาร่าเปรียบกับแจ็ค  หรือวิดีโอเกมโป๊กเกอร์ (เฮ้าส์เอจ 0.46%) และ แบล็คแจ็ค (0.50%) ในส่วนของเฮ้าส์เอจ  และส่วนที่ดีที่สุดคือคุณไม่จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ในการลดค่าคอมมิชชั่น คือการเดิมพันฝ่ายเจ้ามือทุกครั้ง  ค่าคอมมิชชั่น 4% ในเกมนั้นแทบจะหาไม่ได้เลย

เดอะดีคาสิโน (The D casino) ในลาสเวกัสเคยลดค่าคอมมิชชั่นของเกมเป็นประจำ แต่พวกเขายกเลิกตารางเหล่านี้ไปแล้วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา  คาสิโนในอเมริกาที่เสนอค่าคอมมิชชั่น 4% ในขณะนี้คือ อีสเลตา รีสอร์ทและคาสิโน (Isleta Resort & Casino) ในอัลบูเคอร์คี (Albuquerque) รัฐนิวเม็กซิโก (New Mexico)  อัลบูเคอร์คีไม่ได้อยู่ใกล้กับเมืองใหญ่อื่น ๆ ซึ่งทำให้เส้นทางนั้นหางใกล้ออกไปมาก แต่ถ้าคนเป็นคนที่จริงจังกับค่าคอมมิชชั่น  มันอาจจะคุ้มค่ากับการเดินทางเลยทีเดียว

  1. การไม่มีค่าคอมมิชชั่นในเกมบาคาร่ายังมีอยู่ แต่คุณไม่ควรเล่น

ถ้าบาคาร่ามีคอมมิชชั่น 4% ลดค่าเฮ้าส์เอจ ลงเหลือ 0.60% แล้วหลังจากนั่นไม่มีค่าคอมมิชชั่น  นั่นมันเป็นเกมบาคาร่าที่เล่นอยู่ในความฝันใช่ไหม  เกมเหล่านี้พบได้ทั่วไปในเวกัสคาสิโน แต่คุณไม่ต้องการที่จะเล่นมันแน่นอน เพราะว่าแท้จริงแล้วมันแย่มากกว่าตารางปกติ  ตามชื่อแล้วจะไม่มีค่าคอมมิชชั่นใด ๆ จากการชนะเดิมพันฝ่ายเจ้ามือ ซึ่งคือว่าถ้าฝ่ายเจ้ามือชนะด้วย 6 แต้ม  จะจ่ายผลตอบแทนเพียงแค่ 50% จากการเดิมพันของคุณ สถานการณ์แบบนี้นี้เกิดขึ้นเพียง 5.39% ของเวลาในการเล่น ซึ่งสร้างความแตกต่างอย่างมากเมื่อคุณได้รับเงินผลตอบแทนเพียงแค่ 50% จากการเดิมพันของคุณ  การเดิมพันฝ่ายเจ้ามือมีความได้เปรียบ 1.46% โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น ซึ่งมันไม่ดีเท่ากับการคิดค่าคอมมิชชั่น  หากคุณต้องการลองใช้รูปแบบบาคาร่าที่เจ๋ง ๆ ในเวกัส  คุณสามารถลองเล่นอีแซ็ทบาคาร่าได้ (EZ baccarat)  เกมนี้ไม่ได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการเดิมพันฝ่ายเจ้ามือ และข้อดีอีกอย่างคือเฮ้าส์เอจเพียง 1.02% สิ่งนี้แตกต่างจากมาตรฐานไม่มีเกมคอมมิชชั่นเพราะเจ้ามือชนะได้โดยไพ่ 3 ใบ 7 แต้ม คือการเดิมพันที่ไม่มีผลแพ้ชนะแล้วเล่นต่อในรอบต่อไป   เมื่อเปรียบเทียบกับเกมบาคาร่าที่ไม่มีคอมมิชชั่นนั้น โอกาสที่จะเกิดขึ้นคือ 2.25% อัตราการจ่ายเงินคือ 50%  เมื่อฝ่ายเจ้ามือชนะอยู่ที่ 6 แต้ม  อัตราการจ่ายเงินคือ 5.39%

บาคาร่า

  1. บาคาร่าเสนอการเดิมพันที่สนุกสนาน

บาคาร่าไม่ได้มีความหลากหลายในการเดิมพัน นี่คือเหตุผลที่หลายคาสิโนเพิ่มการเดิมพันอีกเพื่อความครึกครื้น  การเดิมพันข้างที่มีให้เลือกนั้นขึ้นอยู่กับการเล่นเกมบาคาร่าภาคพื้นดินหรือบาคาร่าออนไลน์ แต่นี่คือการเดิมพันที่พบบ่อยที่สุดคือ

การเดิมพันสูง ; เฮ้าส์เอจ 4.35%   หากทำการเดิมพันฝ่ายผู้เล่นและฝ่ายเจ้ามือจะรวมไพ่ 5 หรือ 6 ใบนั้น อัตราการจ่ายเงินคือ 0.54: 1 จากการเดิมพันของคุณ

การเดิมพันต่ำ; เฮ้าส์เอจ 5.27% หากทำการเดิมพันว่าฝ่ายผู้เล่นและเจ้ามือรวมไพ่ 4 ใบ อัตราการจ่ายเงินคือ 1.5: 1 ในการเดิมพันของคุณ

มังกร 7; เฮ้าส์เอจ 7.60%   พบได้ทั่วไปในเกมอีแซ็ตบาคาร่า ซึ่งเป็นการเดิมพันหากฝ่ายเจ้ามือชนะด้วยไพ่ 7 แต้ม 3 ใบ อัตราการจ่ายเงินคือ 40: 1

โบนัสมังกร (ฝ่ายผู้เล่น);เฮ้าส์เอจ 2.70% หากทำการเดิมพันว่าฝ่ายผู้เล่นจะชนะ  โดยไพ่ 2 ใบแรกรวมกัน หรือด้วยไพ่ 4 แต้มหรือมากกว่านั้น

โบนัสโชคดี; 1.11% เฮ้าส์เอจ  หากทำการเดิมพันว่าฝ่ายเจ้ามือชนะด้วยไพ่ 6  แต้ม การเดิมพันนี้ฝ่ายผู้เล่นได้เปรียบ   2.34%  แต่คุณต้องเสี่ยงถึง  10% ของการเดิมพันฝ่ายเจ้ามือ

แพนด้า 8; เฮ้าส์เอจ 10.19% เป็นการเดิมพันอีแซ็ตบาคาร่าทั่วไปอีกด้าน  ซึ่งการเดิมพันนี้ขึ้นอยู่กับฝ่ายเจ้ามือชนะด้วยไพ่ 8 แต้ม 3 ใบ  อัตราการจ่ายเงินคือ 25: 1

การแข่งขันรอยัล; เฮ้าส์เอจ  2.13%   หากฝ่ายผู้เล่นหรือฝ่ายเจ้ามือได้ไพ่เรียงกันดอกเดียวกันระหว่างคิงส์และควีนในสองใบแรก  ถ้าได้ไพ่คิงส์และควีนที่มีดอกเหมือนกัน อัตราการจ่ายเงินคือ 75:1  ถ้าได้ไพ่คิงส์และควีนที่มีดอกไม่เหมือนกัน  อัตราการจ่ายเงินคือ 30:1

ข้อสรุป

เราได้กล่าวถึงหัวข้อต่าง ๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับบาคาร่า สิ่งสำคัญที่คุณต้องรู้เกี่ยวคือการเดิมพันที่แตกต่างกันและเฮ้าส์เอจ  แน่นอนว่าเป็นเรื่องดีที่ได้รู้ว่าการนับแต้มและวิธีการเล่นเป็นอย่างไร หากคุณกำลังจะเล่นบาคาร่า แนวคิดเหล่านี้อาจจะดูน่ากลัวในตอนแรก แต่มันไม่ได้ยากและซับซ้อนเลยหลังจากที่คุณได้ลองเล่นแล้ว  นอกจากนี้ยังสนุกกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์  เบื้องหลังบาคาร่า  และเรื่องราวของเจมส์บอนด์  ซึ่งเรื่องเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าบาคาร่ามีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่จะดำเนินการต่อไปในคาสิโนและภาพยนตร์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *